Seiko Prospex Digi-Tuna! ดิจิตอลที่น่าสนใจที่สุดชั่วโมงนี้

Seiko Prospex Digi-Tuna! ดิจิตอลที่น่าสนใจที่สุดชั่วโมงนี้

เนื่องจากตัว Digi-Tuna ตัวนี้ได้รับความสนใจจากแฟนๆ Seiko และแฟนนาฬิกาทั่วโลกเลยก็ว่าได้ครับ ก่อนหน้านี้แอดเองไม่ได้มีโอกาสได้ใส่เลยครับ เนื่องจากว่ามาเมื่อไหร่ก็หมดกันเลยทีเดียวเชียว เรียกว่าเป็นคนขายนาฬิกาก็ต้องให้ลูกค้าก่อนเสมอๆ อิอิ 
ฤกษ์งามยามดีครับ วันนี้แอดได้มีโอกาสใส่เจ้า Digi-Tuna ตัวนี้แล้วพร้อมกันมีการหาข้อมูลต่างๆมากมายมา วันนี้แอดจริงขอนำเรื่องราวถ้าชอบยังไง

ขอเกริ่นก่อนเลยหลายๆที่บอกว่า Seiko Digi-Tuna นั้นเป็นนาฬิกา Digital เรือนแรกของ Seiko ไม่ใช่เรื่องจริงเลยครับ ก่อนหน้านี้ Seiko ได้ทำนาฬิกา Digital ออกมาแล้วมากมาย ถ้าจะพูดกันให้ชัดก็คือ เคยเห็นนาฬิกาเครื่องคิดเลขกันมั้ยครับ ในยุค 90 ต่างๆ นั้นหละครับพวกนั้นเป็นนาฬิกา Seiko เรื่อนแรกๆ ที่เป็น Digital นี่เองครับ หลายคนก็สงส้ยว่าทำไมเพจหลายๆเพจดังถึงพูดว่ามันเป็นเรือนแรก จริงๆแล้วคำว่าเรือนแรกนั้น มันคือเรือนแรกของ Seiko ที่ได้ทำการนำรุ่นเรือธง หรือพวกรุ่น Sport ที่เรารู้ๆจักกันอยู่นั้น มาทำการ Modified เปลี่ยนเจ้าเครื่อง Mechanic กลไกต่างๆมาเป็นเครื่อง Digital นี่เองครับ เรียกว่าเป็นการใช้ความดังจากรุ่นเรือธงเดิมที่มีอยู่ เกาะกระแสโลก 4.0 upgrade ให้มันกลายเป็น Digital ขึ้นมานี่เอง ซึ่งไม่แปลกเลยครับที่จะได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก โดยเฉาะแฟนพันธ์แท้ Seiko นี่เอง การที่ Seiko มีการขยับแบบนี้ออกมา ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญเลยก็ว่าได้ เพื่อตอกย้ำว่า Seiko นั้นคือผู้นำทางเทคโนโลยีนาฬิกามาก่อน และเป็นการบ่งบอกอีกว่า ต่อไปมีมาอีกแน่ๆ และเจ๋งกว่าเดิมแน่ๆ แอดเองก็รอเลยครับ ในฐานะแฟน Seiko อย่างพวกเรา

เกริ่นกันมายาวนาน เรามาว่ากันถึงเจ้า �Seiko Prospex Digi-Tuna กันดีกว่า บอกก่อนเลยจริงๆแล้วตัวนี้มีหลายสีเลยครับส่วนสีอะไรบ้างรบกวนแฟนๆ ทักถามแอดใน Inbox ได้เลยนะครับ เกรงว่าพูดในนี้จะยืดยาวลงรูปเยอะไปหมด ส่วนวันนี้แอดจะนำสีที่ขายดีที่สุด และเป็นสีที่ แอดชอบมากที่สุดมาเล่าให้ฟังครับ คือรหัส sbep003 นี่เองครับ จะเป็นสีแปปซี่นี่เอง

Seiko sbep003 หรือ Prospex Digi-Tuna นั้น อยู่ใน Line ของ Lamdmaster จากทาง Seiko นี่เองครับ ซึ่งก็เป็น 1 ใน Collection Prospex นี่เอง ซึ่งบริษัทื้ Design เจ้าตัวนี้มีชื่อบริษัทว่า LOWERCASE นี่เองครับ คนที่เป็นหัวหอกของการดีไซน์นั้นคือ Yuki Kajiwara, creative director ของทางบริษัท LOWERCASE ซึ่งเค้ามี Concept ในการ Design เจ้า Digi-Tuna ว่า The Tuna is a watch designed to do a job, not slip under a cuff and look nice over cocktails. แปลก็คือเค้าจั้งใจว่านาฬิกา Digital เรือนนี้จะต้องไม่ลื่นเมื่อใส่อยู่บนข้อมือ และสวยงามเมื่อมันอยู่ข้างๆกับ คอกเทลในมือคุณ ซึ่งก็สะท้อนออกมาสองอย่างคือ 1 ต้อง Functional และสองต้องสวยงามลงตัวนี่เอง ซึ่ง Yuki Kajiwara ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีและประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ครับ จึงเป็น ที่มาของจอแบบสี negative คือพื้นหลังเป็นสีดำตัวหนังสือเป็นสีขาวนี่เองครับ

มาว่ากันต่อที่เรื่องของด้านหลัง ฝาหลังนั้นเป้นแบบ outer double case คือเป็นฝาสองชั้น ทำจาก ion-plated titanium protector สิ่งที่ได้จากตรงนี้คือการที่ เกิดรอยขีดข่วนได้ยากกว่าปกติ ทนต่อการกันกร่อนของพวกเกลือที่มาจากเหงื่อเรา ซึ่งฝาหลังประเภทนี้ของทาง Seiko นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีการจดสิทธิบัตรมากกว่า 20 ฉบับกับเทคโนโลยีฝาหลังอันเดียวครับ และแน่นอน ฝาหลังประเภทนี้ก็ทำให้เจ้า Tuna นั้น สามารถดำน้ำได้ถึง 200 เมตรกันเลยทีเดียว

มาว่ากันที่เสปคแบบเคลียๆกันดีกว่าครับ เมื่อสักครู่มีการบอกไปแล้วว่า เจ้า Digi-Tuna นั้นดำน้าได้ถึง 200 เมตร นอกจากนั้นยังมีการดีไซน์ Bazel แบบ bi-directional rotating bezel หรือสามารถหมุนได้สองด้านเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ตัวนี้มาพร้อมเครื่อง Solar-powered หรือพลังงานแสงที่พวกเรารู้จักกันครับมากับเครื่อง พลังงานแสงที่ดีที่สุดของทาง Seiko S802 caliber ที่สามราถเดินได้ถึง 5 เดือนเมื่อชาร์จเต็มโดยที่ไม่ต้องมีแสงเลยครับ และสามารถ Hibernate หรือเข้าโหมด Sleep จะอยู่ได้ถึง 20 เดือนกันเลยทีเดียว ขนาดตัวเรือนเมื่อรวมเจ้ากระดองข้างๆ เรียบร้อยจะอยู่ราวๆ 50mm ซึ่งถือว่าใหญ่ทีเดียวครับ แต่ตัว Digi-Tuna นั้นทำความหนาออกมาได้ดีใช้ได้ครับ เรียกว่าเทียบกับรุ่นอื่นที่มีขนาด 50mm แล้วถือว่าบางเลยหละครับ โดยขนาดความหนาอยู่ที่ 14.1mm เท่านั้น มาพร้อมสาย Silicone ขนาด 22mm ถือเป็น ขนาด Standard เลยครับ เรียกว่าเพื่อนๆท่านไหนไม่ชอบสายยางซิลิโคนก็สามารถ หาสาย After market ในตลาดใส่กันได้สบายๆ ตัวเลือกเพียบ

ถัดมาเรื่องที่ไม่พูดคงจะไม่ได้ ถือเป็นคำถามหลักเลยก็ว่าได้จากลูกค้าเมื่อ แอดขาย Seiko Tuna นี่เองครับ คือวัสดุของกระดองทำจากอะไร ต้องยกมาพูดกันเลยทีเดียวครับ และการยกตัวนี้มาพูดก็ทำให้เจ้า Digi-Tuna ยิ่งน่าจัดกันมากชึ้นไปอีกครับ เพราะ วัสดุ เแป็น “scratchproof” หรือจะเป็นรอยได้ยากมากๆครับ โดย Base นั้นทำจากพลาสติก Coated หรือเคลือบอย่างดีนี่เองครับ พร้อมกับ มีการทำfour black-coated hex-key screws หรือการเคลือบถึง 4 ขั้น เรียกว่าแข็งแรงของจริงเลยหละครับ เอาตรงๆ แอดเองตอนได้มาก็จับแล้วแอบบ งงๆ ว่ามันวัสดุอะไรนะ จับแล้วรู้สึกแข็งแรงแต่ก็คล้ายพฃลาสติกเลยครับ ก็เรียกว่าทั้งสวยทั้งทน ทั้งเบาครบๆเลยจริงๆ

ตัวกระจกนั้นแอบต้องระวังกันนิดนึงครับเพราะตัวนี้ ตามเสปคเค้าใช้คำว่า Glass เลยซึ่งใช้แล้วครับแปลตรงตัวแบบที่เรารู้ๆกันคือ เป้นกระจกนี่เองครับ ซึ่งเป็นรอยได้ไม่ยากและสามารถแตกได้ แต่ไม่ต้องห่วงไปครับ ซื้อกับเรา Watchesup สามารถสั่งฟิล์มกระจก KARASU SAPPHIRE ได้ในราคาสุดจะพิเศษเลย (Tie-in ซะเลย) อิอิ

ถัดมาเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ คือเรื่องของ Function นี่เอง ไหนๆ จะเป็น Digital แล้วนั้น Function ต้องไม่เหมือนนาฬิกา Seiko ที่เรารู้จักกันแน่นนอนครับ เจ้า Seiko Digi-Tuna นั้นมาพร้อมปุ่ม 4 ปุ่ม ซึ่งแน่นอน ฟังชั่นพื้นฐานของนาฬิกา Digital ก็มีมาครบ เช่นตั้งปลุก,มีมาให้ 44 Time-Zone (2 Time-Zone สามารถตั้งได้เองที่หน้าจอเลย) และสามารถโชว์บน หน้าจอได้แบบ GMT เลยครับ โดยกดตั้งที่ปุ่ม ตรงเลข 9 และแน่นอน ต้องมีระบบจับเวลามาด้วย โดยการเปลี่ยนโหมดต่างๆนั้นจะสามารถเปลี่ยนได้โดยกดปุ่มที่เลข 4 ครับ โดยบนหน้าจอจะมีตัวอักษรกำกับ ฟังชั่นของปุ่มมาให้เป็นที่เรียบร้อยครับเพื่อไม่ให้งงระหว่างการใช้งานครับ พร้อมกับมีบอก ปริมาณแบตเตอรี่คงเหลืออยู่ที่ด้านล่างของหน้าจอด้วยครับ และแน่นอน สามารถเปิดไฟหน้าจอได้ด้วยการเคาะบนหน้าจอแบบหล่อๆเลยครับ อิอิ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเจ้า Seiko Prospex Digi-Tuna เรียกว่าแอดได้มาใส่ปุ๊ปก็มือสั่น อดใจไม่ได้ที่จะเอามารีวิวกันละเอียดยิบๆๆขนาดนี้ สำหรับราคาเปิดตัวในไทยก็อยู่กันหมื่น กลางๆเลย ทางเรา WatchesUp แน่นอนมีราคาพิเศษให้กับ ลูกค้าที่น่ารักของเราเสมอๆครับ อยากได้สีไหน และราคาละเอียดๆก็ทัก Admin กันได้เลยครับ ถ้าอ่านโพสนี้จนจบ คุณได้รางวัลไปครับ รับฟรีไปเลย Karasu Sapphire เมื่อซื้อ เจ้า Seiko Prospex Digi-Tuna กับทางเราครับ อย่าลืมทวง admin หละ ครับ อิอิ เดี๋ยวลืม นี่ก็เป็นการริวิว โดยลงความเห็นของ ผมประกอบกับหาข้อมูลในเนตเอา ผิดพลาดประการใด ชี้แนะได้เลยนะครับ ชอบก็ช่วยกด Like กด Share เป็นกำลังใจให้ผมในทำรีวิวละเอียดๆในคราวหน้าด้วยนะคร้าบ

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *